t-reg PDPA Platform

ไขข้อสงสัยกฎหมาย PDPA คืออะไร เข้าใจง่ายใน 5 นาที พร้อมภาพตราชั่งและไอคอนรูปกุญแจล็อกข้อมูลส่วนบุคคล

ไขข้อสงสัย กฎหมาย PDPA คืออะไรกันแน่? เข้าใจใน 5 นาที

เนื้อหาในบทความ

ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้แทบทุกการเคลื่อนไหวบนโลกดิจิทัล การกรอกแบบฟอร์ม การสั่งซื้อของออนไลน์ การสมัครใช้งานแอปพลิเคชัน หรือแม้แต่การคลิกเว็บไซต์ล้วนแล้วแต่ทิ้งร่องรอยข้อมูลไว้มากมาย คำถามคือ ข้อมูลเหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่ไหน? ใครเข้าถึงได้? และเราควบคุมมันได้หรือไม่?

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ กฎหมาย PDPA เกิดขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญที่ทุกคนควรรู้ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ความเป็นส่วนตัวกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคม

บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย PDPA แบบง่ายที่สุด โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านกฎหมายมาก่อน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากรู้ว่า “กฎหมาย PDPA คืออะไร ใช้กับใคร และมีผลอย่างไรกับชีวิตประจำวันของเรา”

กฎหมาย PDPA คืออะไร

กฎหมาย PDPA หรือชื่อเต็มว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ไม่ให้ถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ หรือไม่ได้ยินยอม

ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายนี้คุ้มครอง ได้แก่ ข้อมูลใดก็ตามที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร อีเมล หน้า เสียง ภาพกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ หรือสื่อใดๆที่ทำให้บุคคลอื่นสามารถระบุได้ว่าสิ่งเหล่านี้คือใคร ก็ถือว่าผิดกฎหมาย PDPA เช่นกัน

จุดประสงค์ของกฎหมาย PDPA

จุดมุ่งหมายของ กฎหมาย PDPA ไม่ใช่เพื่อควบคุมหรือจำกัดการใช้ข้อมูลแบบสิ้นเชิง แต่เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส มีมาตรฐาน และเคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูล

เป้าหมายหลักของกฎหมาย ได้แก่

  • ป้องกันการละเมิดความเป็นส่วนตัว
  • สร้างความปลอดภัยในการใช้ข้อมูล
  • ให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลของตัวเอง
  • สร้างความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์
  • ยกระดับความเป็นมืออาชีพขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูล

กฎหมาย PDPA เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

กฎหมายนี้มีผลกระทบกับทั้งประชาชนทั่วไปและหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน โดยแบ่งบทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลักออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ

3 บทบาทสำคัญใน PDPA: เจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูล และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมคำอธิบาย

1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject)

คือผู้ที่ข้อมูลนั้นระบุตัวบุคคลได้ เช่น ลูกค้า พนักงาน หรือผู้ใช้งานทั่วไป

2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)

คือองค์กรหรือบุคคลที่ตัดสินใจว่าเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลอย่างไร

3. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor)

คือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุมให้ดำเนินการกับข้อมูลตามคำสั่ง เช่น บริษัทพัฒนาระบบ หรือผู้ดูแลฐานข้อมูล หรือ บุคคลที่ 3 ที่เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลต่างๆ

ต้องยินยอมตอนไหน? แล้วไม่ยินยอมได้ไหม?

หนึ่งในหลักการสำคัญของกฎหมาย PDPA คือ “การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน” เว้นแต่จะมีเหตุผลทางกฎหมายที่สามารถอ้างได้

การให้ความยินยอมจะต้องเกิดจากการรู้เท่าทันของเจ้าของข้อมูล ไม่ใช่การบังคับหรือทำให้สับสน เช่น ต้องมีการแสดงข้อความชัดเจนว่าเก็บข้อมูลเพื่ออะไร ใช้ทำอะไร และใครมีสิทธิเข้าถึง พร้อมให้ตัวเลือกในการตกลงหรือปฏิเสธ

ตัวอย่างที่พบบ่อยสำหรับขอข้อมูล PDPA

เว็บไซต์ที่เก็บข้อมูลสมัครสมาชิกต้องแสดงให้เห็นว่าเก็บข้อมูลเพื่ออะไร เช่น ส่งข่าวสาร หรือการตลาด และต้องมีช่องให้ผู้ใช้เลือกตกลงหรือไม่ตกลงได้ชัดเจน

หากผู้ใช้ “ไม่ยินยอม” ก็ไม่ควรถูกบังคับให้กรอกข้อมูล หรือปฏิเสธการให้บริการ เว้นแต่การให้ข้อมูลนั้นจำเป็นต่อการให้บริการ เช่น การจัดส่งสินค้าที่ต้องใช้ชื่อและที่อยู่ และอีกกรณีที่เราเห็นพบกันบ่อยคือ สามารถให้เจ้าของข้อมูลเลือกได้ว่าจะให้ข้อมูลส่วนไหนบ้าง ไม่ให้ทั้งหมด

สิทธิของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย PDPA

ในฐานะเจ้าของข้อมูล เรามีสิทธิที่ชัดเจนและสามารถใช้สิทธิเหล่านี้ได้หากรู้สึกว่าองค์กรหรือหน่วยงานใดกำลังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเรา

สิทธิของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA เช่น เข้าถึง แก้ไข ลบ ถอนความยินยอม และร้องเรียนเมื่อถูกละเมิด

ใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากกฎหมาย PDPA

การมี “กฎหมาย PDPA” ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายในระบบแหล่งรวมข้อมูล และ สื่อออนไลน์

สำหรับประชาชนทั่วไป

ได้สิทธิในการปกป้องข้อมูลของตนเอง ลดความเสี่ยงจากการถูกล่วงละเมิด เช่น การขายข้อมูล เบอร์โทร หรืออีเมล

สำหรับภาคธุรกิจ

การทำตามกฎหมาย PDPA จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า และป้องกันปัญหาด้านกฎหมาย ลดความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง

สำหรับสังคม

ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการเคารพสิทธิผู้อื่นในโลกออนไลน์ ลดการล่วงละเมิดโดยไม่รู้ตัว

แล้วกฎหมาย PDPA เกี่ยวอะไรกับสื่อบนโซเชียลมีเดีย?

แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน แต่เมื่อมีการนำ “ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น” มาเผยแพร่ เช่น รูปภาพ ข้อความ หรือข้อมูลติดต่อ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ก็อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย PDPA ได้

เช่น การโพสต์ภาพเพื่อนโดยไม่ขออนุญาต การแชร์ข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เช่น แคปหน้าจอแชท แล้วโพสต์ลงในกลุ่มสาธารณะโดยไม่ปิดชื่อ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับผลกระทบทั้งทางสังคมและกฎหมาย

ในขณะเดียวกัน หากคุณเป็นผู้ถูกละเมิด ก็สามารถใช้สิทธิตาม PDPA ขอให้ลบข้อมูล ร้องเรียน หรือดำเนินการตามสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองได้

บทลงโทษหากละเมิดกฎหมาย PDPA

เพื่อให้กฎหมายมีน้ำหนักในการบังคับใช้ PDPA กำหนดบทลงโทษไว้ชัดเจน ดังนี้

บทลงโทษ PDPA ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง พร้อมรายละเอียดค่าปรับและโทษจำคุกตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล

ดังนั้น ไม่ว่าองค์กรจะเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่ควรละเลยข้อบังคับนี้ เพราะผลกระทบอาจร้ายแรงทั้งด้านชื่อเสียงและการเงิน

สรุป

กฎหมาย PDPA คือกฎหมายที่ทุกคนควรรู้ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลคือทรัพย์สินสำคัญ การเข้าใจสิทธิของตนเอง และปฏิบัติตามกฎหมายนี้อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจ แต่ยังปกป้องตัวเราเองจากการถูกใช้ข้อมูลในทางที่ไม่เหมาะสม

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือผู้พัฒนาเว็บไซต์ การรู้จักและเคารพกฎหมาย PDPA คือรากฐานของความปลอดภัย และ ความโปร่งใส

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน หรือสนใจใช้บริการของ t-reg

โทร 089-698-2591

รับชมบริการของเราได้ที่ t-reg.co

FREE EVENT
ร่วมรับฟังแนวทางการรับมือเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรของท่านในการรับมือกับเหตุละเมิดที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้านกระบวนการ PDPA สำเร็จแล้วกว่า 60 องค์กร และได้รับ Certificate จากสถาบันดิจิทัล (DCT) และมาตรฐานสากล ICDL หลักสูตร Personal Data Protection
RELATED POST
pdpa awareness
t-reg knowledge

PDPA Security Awareness Training กุญแจสำคัญเพื่อสร้างการตระหนักรู้ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรให้ยั่งยืน

จริงหรือไม่? กับคำกล่าวที่ว่า องค์กรใดสามารถสร้าง PDPA Security Awareness ได้จะช่วยให้โครงการ PDPA

อ่านต่อ »
เมื่อ Data ไม่ใช่ความได้เปรียบ เน้นความเชื่อมั่นเป็นทรัพย์สิน พร้อมภาพนักธุรกิจหญิงและโลโก้ t-reg
t-reg knowledge

เมื่อ Data ไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป: ทำไม ‘ความเชื่อมั่น’ คือ Asset ที่แท้จริงของธุรกิจยุค AI

ในทศวรรษที่ผ่านมา เรามักได้ยินประโยคที่ว่า “Data is the new oil” หรือข้อมูลคือน้ำมันดิบแห่งยุคใหม่

อ่านต่อ »
t-reg knowledge

PDPA Platform เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้งกฎหมายและความเชื่อมั่นองค์กร

เมื่อกฎหมายความเป็นส่วนตัวกลายเป็นมาตรฐานใหม่ขององค์กร ในยุคที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่าง PDPA ของไทย และ GDPR ของยุโรป ได้กลายเป็นมาตรฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

อ่านต่อ »
Consent คืออะไร? การขอความยินยอมที่ดูเหมือนง่าย แต่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนมากกว่าที่คิด ภาพแสดงการพูดคุยระหว่างบุคคลสองคน โดยใช้แท็บเล็ตเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขอความยินยอม
t-reg knowledge

Consent คืออะไร เนื้อหาและหน้าตาของ Consent เป็นแบบไหน? – t-reg PDPA Platform

Consent หรือ การขอความยินยอม อีกหนึ่งหลักการที่สำคัญที่ซับซ้อน มาดูว่ารายละเอียดกันว่าหนังสือขอความยินยอมเป็นยังไง

อ่านต่อ »
ภัยไซเบอร์
t-reg knowledge

6 ภัยไซเบอร์ในโรงพยาบาลและ 10 วิธีป้องกันที่โรงพยาบาลต้องรู้

ภัยไซเบอร์ หรือ Cyberattack , Cyberthreats  เป็นภัยที่คุกคามการทำงานของโรงพยาบาล เป็นภัยที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในโรงพยาบาล หน่วยงานด้านสุขภาพหรือคลินิก

อ่านต่อ »
ภาพกราฟิกอธิบาย PDPA คืออะไร เหตุใดองค์กรต้องให้ความสำคัญ พร้อมภาพผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและฉากอาคารสำนักงานสมัยใหม่
t-reg knowledge

Personal Data Protection Act (PDPA) คืออะไร และทำไมองค์กรต้องให้ความสำคัญ

ในยุคที่ “ข้อมูลส่วนบุคคล” คือสินทรัพย์สำคัญของทุกองค์กร การปกป้องข้อมูลไม่ใช่เรื่องของฝ่ายไอทีหรือกฎหมายเท่านั้น แต่คือ “ความเชื่อมั่นของลูกค้า” ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของธุรกิจโดยตรง Personal

อ่านต่อ »

ส่งต่อบทความดีๆ ได้ที่นี่