ตอนนี้เราเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นได้ง่ายมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทำกิจกรรมประจำวัน หรือการค้นหาบนอินเตอร์เน็ตดังนั้น “สิทธิส่วนบุคคล” กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรรู้จัก เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งในด้านข้อมูลส่วนตัว การเคลื่อนไหว ภาพถ่าย เสียง หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมออนไลน์ของเรา
สิทธิส่วนบุคคล หมายถึงอะไร?
คือสิทธิที่ปกป้องไม่ให้ใครมาแทรกแซง ชื่อ รูปภาพ เสียง ที่อยู่ หรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ หากมีการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
กรณี “การติดตั้งกล้องวงจรปิด” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิส่วนบุคคล เพราะการบันทึกภาพบุคคลโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ อาจถือเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมาย PDPA
PDPA กับการติดกล้องวงจรปิด มีเกณฑ์ไหนต้องระวัง?
กฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เพื่อควบคุมการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึง “ภาพบุคคล” ที่ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิดเพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้ระบุตัวบุคคลได้อย่างชัดเจนทั้งรูปร่าง หน้าตา หรือแม้แต่เสียง แต่กฎหมายก็มีข้อยกเว้นบางประการ
เช่น มาตรา 4(1) ระบุว่า
“การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาเพื่อกิจกรรมส่วนบุคคล หรือภายในครอบครัว ไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ PDPA”
แปลว่า หากคุณติดกล้องในบ้านของตัวเอง เพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือครอบครัว ก็ไม่ถือว่าต้องปฏิบัติตาม PDPA
ข้อยกเว้นในการติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบไม่ผิดสิทธิส่วนบุคคล ถ้าคุณเป็น:
- เป็นเจ้าของกิจการที่ติดกล้องในร้าน
- เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์หรือหอพัก
- ติดกล้องในที่ที่มีบุคคลอื่นมาใช้ร่วม (เช่น พื้นที่สาธารณะ)
ในกรณีเหล่านี้ ต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด
อยากติดกล้องให้ถูกกฎหมายสิทธิส่วนบุคคล ทำอย่างไร?
3 เงื่อนไขหลัก ถ้าไม่อยากโดนฟ้อง PDPA

การติดกล้องวงจรปิดไม่ใช่เรื่องผิด ถ้าเราทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้:
1. แสดงป้ายแจ้งให้ชัดเจน
ติดป้ายแจ้งว่า “พื้นที่นี้มีกล้องวงจรปิด” อย่างชัดเจน ณ บริเวณที่กล้องติดตั้ง เพื่อให้บุคคลที่ผ่านเข้ามาได้รับรู้และรับทราบก่อนถูกบันทึกภาพ
2. จัดทำนโยบายกล้องวงจรปิด (CCTV Policy)
นโยบายควรระบุว่า:
- ติดกล้องเพื่ออะไร (เช่น ความปลอดภัย)
- บันทึกภาพไว้นานแค่ไหน
- ใครมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
- ใช้ภาพนั้นในวัตถุประสงค์ใด
สามารถเผยแพร่นโยบายนี้ผ่านเว็บไซต์ของกิจการ หรือแจ้งให้ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องรับรู้
3. ไม่ใช้ข้อมูลในทางอื่นนอกเหนือจากที่แจ้งไว้
เช่น หากคุณแจ้งว่าใช้เพื่อความปลอดภัย ห้ามนำภาพไปโพสต์ลงโซเชียล หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับความยินยอม
ตัวอย่างกรณีผิดกฎหมาย PDPA
มีกรณีที่เจ้าของบ้านติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่ได้วางมุมให้เหมาะสม ภาพจากกล้องบันทึกและส่องเข้าบ้านคนข้างบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างชัดเจน
4 ความผิดตาม PDPA จากเหตุการณ์นี้ :
- เจ้าของบ้านติดกล้องเพื่อความปลอดภัย แต่กล้องบันทึกภาพหน้าต่างหรือพื้นที่ภายในบ้านเพื่อนบ้านโดยไม่ได้ตั้งใจ และไม่มีการแจ้งเตือนหรือป้ายใด ๆ
- ความผิด: ถือเป็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล (ภาพบุคคลและกิจกรรม) โดยไม่แจ้งวัตถุประสงค์และไม่มีความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
- บทลงโทษ: ปรับทางปกครองสูงสุด ไม่เกิน 1 ล้านบาท และผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมได้
2. เจ้าของกล้องนำคลิปจากกล้องวงจรปิด (ที่จับภาพคนเดินผ่านหน้าบ้านหรือหน้าร้าน) ไปโพสต์ในโซเชียล โดยมีใบหน้าและพฤติกรรมของบุคคลนั้นชัดเจน โดยไม่มีการขออนุญาตเจ้าตัวก่อนแต่อย่างใด
- ความผิด: เข้าข่าย “เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ” ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิอย่างชัดเจน
- บทลงโทษ: อาจมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา เช่น ปรับ ไม่เกิน 1 ล้านบาท, จำคุก ไม่เกิน 1 ปี, หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ถ้าสมมติว่ามีการนำกล้องวงจรไปติดตั้งมุมอื่นเพิ่มเติมจากภายในบ้าน เช่นมุมถนน มุมตึกที่เป็นที่ของส่วนกลางและไม่มีการติดป้ายแจ้งการติดตั้ง
- ความผิด: ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล ถือว่าละเมิดมาตรา 23 และ 82 ของ PDPA
- บทลงโทษ: โดนสั่งให้ ลบข้อมูลทั้งหมด, หยุดการใช้งานกล้อง, และ ถูกปรับทางปกครอง ตามความเหมาะสม
- สำหรับกรณีถ้าเจ้าของกล้องตั้งใจติดตั้งเพื่อแอบสังเกตพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น เช่น ห้องนอนหรือพื้นที่อาบน้ำ ผ่านหน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ
- ความผิด: เข้าข่ายการละเมิดสิทธิขั้นร้ายแรง และอาจถือเป็น “การประพฤติผิดทางอาญา” ด้วย
- บทลงโทษ: มีโทษทั้งจำคุก สูงสุด 1 ปี, ปรับ สูงสุด 1 ล้านบาท, และผู้เสียหายสามารถเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมตามกฎหมายแพ่ง
สิทธิของผู้ถูกบันทึกภาพ ในมุมของผู้เสียหายเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ?

Key point ของเรื่องนี้คือเราต้องแยกกรณีออกจากกันก่อน ว่าอันนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือว่าพื้นที่ส่วนรวม เพราะสิทธิส่วนบุคคลจะแตกต่างกัน บทลงโทษ เงื่อนไขก็แตกต่างด้วยเช่นกัน
1. ผู้ที่ถูกบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่สาธารณะ มีสิทธิในการ:
- ขอเข้าถึงข้อมูล (Access Request)
- ขอให้ลบข้อมูล (Right to Erasure)
- ขอระงับการใช้ข้อมูล
หากรู้สึกว่าการเก็บข้อมูลนั้นไม่ได้รับความยินยอม หรือมีความเสี่ยงต่อความเสียหาย สามารถร้องเรียนผ่าน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้ทันที
2. ผู้ถูกบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ส่วนบุคคล มีสิทธิในการ
- ขอเข้าถึงข้อมูล (Access Request)
- ขอให้ลบข้อมูล (Right to Erasure)
- ขอระงับการใช้ข้อมูล
- แจ้งความร้องทุกข์
- ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง
หากไม่ได้รับความร่วมมือสามารถเข้าแจ้ง PDPC ได้ทันทีเช่นกัน
บทสรุป
ติดได้ถือว่า ไม่ผิด PDPA หรือกฎหมายอื่นๆ หากคุณเป็น เป็นเจ้าของกิจการที่ติดกล้องในร้าน , เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์หรือหอพัก หรือ ติดกล้องในที่ที่มีบุคคลอื่นมาใช้ร่วม เพียงแค่ทำตาม 3 ขั้นตอนก็สามารถติดตั้งกล้องวงจรแบบไม่ขัดกับสิทธิส่วนบุคคลแล้ว
- แจ้งป้ายให้ชัดเจน
- มีนโยบาย
- ควบคุมการใช้ข้อมูลให้ดี
PDPA ไม่ได้ห้ามติดกล้องวงจรปิด แต่จุดประสงค์ขอแค่ทำให้โปร่งใส เคารพสิทธิของผู้อื่น แล้วคุณก็จะสามารถใช้กล้องวงจรปิดได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไม่ละเมิดสิทธิของใคร !
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน หรือสนใจใช้บริการของ t-reg
โทร 089-698-2591
รับชมบริการของเราได้ที่ t-reg.co






