ปี 2025 เป็นยุคที่การตลาดออนไลน์และการใช้ข้อมูลลูกค้ากลายเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการยิงโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจง การติดตามพฤติกรรมผ่านเว็บไซต์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเพิ่มยอดขาย ล้วนเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ในความสะดวกนั้น ธุรกิจจำนวนมากกลับละเลย “สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งได้รับความคุ้มครองตาม กฎหมาย PDPA
หลายองค์กรยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า PDPA เป็นเพียงเรื่องเอกสารหรือขอความยินยอมแบบรูปแบบเท่านั้น ในขณะที่ความจริงแล้ว กฎหมาย PDPA โทษ หนักและรุนแรงกว่าที่หลายคนเข้าใจ กฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง ทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง หากฝ่าฝืนโดยไม่รู้เท่าทัน อาจไม่ใช่แค่ค่าปรับหลักล้าน แต่รวมถึงความเสียหายต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่อาจเรียกคืนได้ยาก
ลูกค้าหรือผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน กำลังได้รับผลกระทบจากการทำสื่อของธุรกิจโดยไม่รู้ตัว
หลายคนอาจไม่รู้ว่า การที่ตนเองเห็นโฆษณาสินค้าบนหน้า Facebook, IG หรือแม้กระทั่งได้รับอีเมลจากแบรนด์ที่ไม่เคยติดต่อ อาจเป็นผลจากการที่ข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บ ใช้ หรือส่งต่อ โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างเหมาะสม
ในบางกรณี ธุรกิจอาจ:
- ดึงข้อมูลจากแบบฟอร์มออนไลน์ไปใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า
- ใช้คุกกี้ติดตามพฤติกรรมบนเว็บไซต์ ภาคบังคับแบบให้กด โดยไม่แจ้งรายละเอียดให้ทราบล่วงหน้า
- ส่งต่อข้อมูลให้เอเจนซี่โฆษณาเพื่อทำ Retargeting โดยไม่ได้รับการยินยอม
- แชร์ข้อมูลพนักงานหรือลูกค้าในคอนเทนต์บนโซเชียลโดยไม่ปิดบังชื่อหรือภาพ
- รวมถึงใช้สื่อถ่ายลูกค้า หรือ ผู้ใช้บริการผ่านกล้องติดตัว โดยไม่แจ้งให้เจ้าตัวรับทราบและมีการใช้คลิปนั้นไปลงช่องทาง social media
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในมุมของผู้ประกอบการ แต่ในมุมของผู้บริโภค นี่คือการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างชัดเจน และเป็นช่องทางที่นำไปสู่การฟ้องร้องหรือการถูกลงโทษตาม กฎหมาย PDPA โทษ ที่กฎหมายกำหนดไว้
ตัวอย่างการกระทำที่ผิดกฎหมาย PDPA
หลายธุรกิจอาจละเมิด กฎหมาย PDPA โดยไม่รู้ตัว เราได้ตัวอย่างที่พบบ่อย เพื่อเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาสำหรับบางท่านที่ยังไม่ทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้ถือว่าผิดกฎหมายแบบไม่ตั้งใจ
- ส่งอีเมลโฆษณาหรือ SMS โดยไม่ได้รับความยินยอม
- ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ผ่านคุกกี้ โดยไม่แจ้งและไม่ขอความยินยอม
- แชร์ข้อมูลลูกค้าระหว่างบริษัทในเครือโดยไม่ได้รับอนุญาต
- จัดเก็บข้อมูลหรือตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานโดยไม่ชี้แจงวัตถุประสงค์
- เปิดเผยข้อมูลลูกค้าให้แก่บุคคลที่สามโดยไม่มีเหตุอันควร
การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงขัดต่อจริยธรรมในการบริหารจัดการข้อมูล แต่ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย PDPA อย่างชัดเจน
โทษตามกฎหมาย PDPA มีอะไรบ้าง?

1. โทษทางแพ่ง
- ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายตาม มาตรา 77
- หากการกระทำมีลักษณะจงใจ หรือประมาทเลิน เล่ออย่างร้ายแรง ศาลอาจสั่งให้ชดใช้ “ค่าเสียหายเพิ่ม” นอกเหนือจากมูลค่าความเสียหายจริง
- อายุความ: ฟ้องร้องได้ภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิด หรือไม่เกิน 10 ปีนับแต่การละเมิดเกิดขึ้น
2. โทษทางอาญา
- เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79)
- หากข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น สุขภาพ ความเชื่อทางศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ฯลฯ และการเปิดเผยทำให้เกิดความเสียหาย อาจมีโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท
3. โทษทางปกครอง
- ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เช่น ไม่แจ้งวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล ไม่ขอความยินยอม ไม่จัดทำมาตรการคุ้มครอง อาจถูกปรับสูงสุด ไม่เกิน 5 ล้านบาท (มาตรา 83)
ผู้เสียหายสามารถทำอะไรได้บ้าง? (นอกจากฟ้องร้อง)

นอกจากการฟ้องร้องในชั้นศาลแล้ว ผู้เสียหายยังสามารถใช้สิทธิ์อื่นภายใต้ PDPA ได้ ดังนี้:
- ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC)
เพื่อให้ตรวจสอบและมีคำสั่งให้หยุดการกระทำ
- ขอให้ลบหรือระงับการใช้ข้อมูล
หากเห็นว่าถูกใช้โดยมิชอบ หรือ ไม่ต้องกับสิ่งที่แจ้งไว้สามารถขอยุติการใช้ข้อมูลทั้งหมดที่ให้ไปได้ในทันที
- ขอเข้าถึงข้อมูลที่องค์กรเก็บไว้เกี่ยวกับตนเอง
ในกรณีที่ต้องการปรับเปลี่ยน หรือ แก้ไขข้อมูลบางส่วนที่เคยให้ไป สามารถขอถึงข้อมูลส่วนตัวเองได้เช่นกัน
- ถอนความยินยอม
สิทธิที่หลายท่านไม่ทราบว่า เราสามารถถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลที่เคยไปให้ได้ ทั้งปัจจุบันและข้อมูลในอดีตกับบริษัท หรือ ฐานข้อมูลนั้นๆ
กิจกรรมใดที่เข้าข่ายต้องระวัง?
การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลมีหลายกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายละเมิด PDPA หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง อาจจะทำให้ท่านมีความเสี่ยงในการทำผิดกฏหมายได้เช่นกัน
- การติดตั้งระบบ CRM ที่ดึงข้อมูลลูกค้ามาใช้งานโดยไม่ขอความยินยอม
- การทำ Retargeting Ads โดยใช้พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ โดยไม่แจ้งผู้ใช้อย่างชัดเจน
- การบันทึกเสียงการสนทนาระหว่างลูกค้าและพนักงาน โดยไม่แจ้งก่อน
- การส่งแบบสอบถามออนไลน์ที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแนบมาด้วย
- การใช้ข้อมูลที่เก็บมาไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไป หรือ แจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลไม่ครบ
ธุรกิจควรทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ผิด PDPA?

เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง ธุรกิจควรดำเนินการดังนี้:
- จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ที่ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ
- ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล อย่างโปร่งใสก่อนการเก็บหรือใช้ข้อมูล
- แต่งตั้ง DPO (Data Protection Officer) หากธุรกิจอยู่ในขอบเขตที่ต้องมี
- ทำสัญญา Data Processing Agreement (DPA) กับบุคคลภายนอกที่มีการประมวลผลข้อมูล
- อบรมพนักงานทุกระดับ ให้เข้าใจความเสี่ยงและแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย
- ตรวจสอบระบบ IT และฐานข้อมูล ให้สอดคล้องกับมาตรการคุ้มครองข้อมูล
อัปเดต DPO ฉบับล่าสุด ทุกเรื่องเกี่ยวกับ DPO ที่องค์กรของคุณควรรู้ อ่านที่นี่
สรุป มุมสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องไม่มองข้าม PDPA
กฎหมาย PDPA คือ เครื่องมือสำคัญในการสร้างความไว้วางใจระหว่างธุรกิจกับลูกค้า และในปี 2025 ที่การแข่งขันดิจิทัลทวีความเข้มข้น การเคารพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่อง “ความรับผิดชอบ” ขององค์กรที่ต้องใส่ใจต่อสิทธิของผู้บริโภค
การละเลย PDPA ไม่เพียงแต่ทำให้คุณเสี่ยงต่อ กฎหมาย PDPA โทษ ทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในระยะยาวอีกด้วย อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ เริ่มต้นวันนี้ด้วยความเข้าใจและการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน หรือสนใจใช้บริการของ t-reg
โทร 089-698-2591
รับชมบริการของเราได้ที่ t-reg.co





