t-reg PDPA Platform

ประชาสัมพันธ์งานแถลงข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เรื่องการสั่งปรับบริษัทเอกชนจำนวน 7 ล้านบาท ฐานละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล วันที่ 21 สิงหาคม 2567

PDPC ประกาศปรับบริษัทเอกชน 7 ล้านบาท: ก้าวสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย

เนื้อหาในบทความ

วันนี้ (21 สิงหาคม 2567) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้จัดแถลงข่าวครั้งสำคัญ ประกาศการลงโทษปรับทางปกครองแก่บริษัทเอกชนรายหนึ่งเป็นจำนวนเงิน 7 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

สาระสำคัญของการแถลงข่าว

  1. การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัทดังกล่าวได้ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย โดยไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
  2. การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย: บริษัทไม่ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามที่กฎหมายกำหนด
  3. ความล่าช้าในการแจ้งเหตุ: บริษัทละเลยการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สำนักงาน PDPC ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  4. ผลกระทบต่อประชาชน: ข้อมูลที่รั่วไหลถูกนำไปใช้โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนในวงกว้าง

ผู้เข้าร่วมการแถลงข่าว

การแถลงข่าวครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม ประกอบด้วย :

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ดร. ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรมเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สรุปเนื้อหาการแถลงข่าว

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ประกาศปรับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่รายหนึ่งเป็นเงิน 7 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลครั้งสำคัญของไทย บริษัทดังกล่าวถูกปรับด้วยสาเหตุหลักสามประการ ได้แก่ การไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) การขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และการละเลยและล่าช้าในการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูล ส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย ซึ่งถูกนำไปใช้โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง 

กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรทุกแห่งในการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจัง โดย PDPC ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การจัดตั้งศูนย์ PDPC Eagle Eye เพื่อเฝ้าระวังการละเมิด การขยายสาขา PDPC Center เพื่อให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน และการสนับสนุนให้องค์กรแต่งตั้ง DPO องค์กรควรตระหนักถึงความสำคัญของการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลอย่างทันท่วงที และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่ถูกปรับ

แม้ว่าทางการจะ ไม่เปิดเผยชื่อบริษัทที่ถูกปรับ แต่มีข้อมูลบางประการที่ได้รับการเปิดเผยในการแถลงข่าว:

  1. ขนาดของธุรกิจ: เป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีพนักงานจำนวนมาก และมีขนาดธุรกิจที่มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท
  2. ลักษณะการดำเนินธุรกิจ: บริษัทมีการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นจำนวนมากในการประกอบธุรกิจหลัก
  3. จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ: มีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามากกว่า 100,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากการรั่วไหล
  4. ระยะเวลาของการกระทำความผิด: การกระทำความผิดของบริษัทเริ่มตั้งแต่ปี 2563
  5. การร้องเรียน: มีผู้ร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC จำนวน 21 ราย แม้ว่าผู้ได้รับผลกระทบจะมีจำนวนมากกว่านี้มาก
  6. การตอบสนองต่อปัญหา: บริษัทแสดงความเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาและการแจ้งเหตุล่าช้า แม้จะได้รับการเตือนจากทาง PDPC แล้ว

ด้วยลักษณะและขนาดของบริษัท รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจลงโทษปรับในอัตราสูงสุดเป็นจำนวนเงิน 7 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น:

  • 1 ล้านบาท สำหรับการไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)
  • 3 ล้านบาท สำหรับการไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
  • 3 ล้านบาท สำหรับการละเลยและล่าช้าในการแจ้งเหตุละเมิด

มาตรการของ PDPC

  1. การจัดตั้งศูนย์ PDPC Eagle Eye: เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  2. การขยายสาขา PDPC Center: เพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงการให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน
  3. การกำกับดูแลผ่าน DPO: สนับสนุนให้องค์กรแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อช่วยกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย

สาเหตุของการปรับและบทเรียนสำหรับองค์กรอื่น

การปรับบริษัทเอกชนรายนี้เป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับองค์กรทุกแห่งในประเทศไทย โดยมีสาเหตุหลักของการปรับและบทเรียนสำหรับองค์กรอื่น ดังนี้ :

1. การไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

  • สาเหตุ: บริษัทไม่ได้แต่งตั้ง DPO ตามที่กฎหมายกำหนด แม้จะมีการจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก
  • บทเรียน: องค์กรที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเกิน 100,000 รายการ หรือมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ต้องแต่งตั้ง DPO โดยไม่ชักช้า

2. ขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

  • สาเหตุ: บริษัทไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูล
  • บทเรียน: องค์กรต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งทางเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

3. การละเลยและล่าช้าในการแจ้งเหตุละเมิด

  • สาเหตุ: บริษัทไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลให้ PDPC ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
  • บทเรียน: เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล องค์กรต้องแจ้ง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 15 วัน และต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

4. การไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย

  • สาเหตุ: แม้จะได้รับการเตือนจาก PDPC แล้ว บริษัทยังคงเพิกเฉยและไม่ดำเนินการแก้ไข
  • บทเรียน: องค์กรควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจริงจัง และตอบสนองต่อคำเตือนหรือคำแนะนำจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างรวดเร็ว

5. ขาดการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

  • สาเหตุ: บริษัทไม่สามารถเยียวยาหรือแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างเหมาะสม
  • บทเรียน: องค์กรควรมีแผนรับมือกับเหตุละเมิดข้อมูล รวมถึงมาตรการในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกปรับ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

ข้อควรรู้สำหรับองค์กรและประชาชน

  1. องค์กรที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเกิน 100,000 รายการ ต้องแต่งตั้ง DPO
  2. เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล ต้องแจ้ง PDPC ภายใน 72 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 15 วัน
  3. ประชาชนสามารถร้องเรียนกรณีถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ศูนย์ PDPC Center

การประกาศบทลงโทษครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นในระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ

DPO Outsource Service By t-reg

DPO Outsource Service by t-reg บริการใหม่ล่าสุดจาก t-reg จะทำให้การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรคุณเป็นเรื่องง่าย

สนใจบริการหรือสอบถามเพิ่มเติม

โทร 089-698-2591

รับชมบริการอื่นของเราได้ที่ t-reg.co

FREE EVENT
ร่วมรับฟังแนวทางการรับมือเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรของท่านในการรับมือกับเหตุละเมิดที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้านกระบวนการ PDPA สำเร็จแล้วกว่า 60 องค์กร และได้รับ Certificate จากสถาบันดิจิทัล (DCT) และมาตรฐานสากล ICDL หลักสูตร Personal Data Protection
RELATED POST
General Data Protection Regulation คือ
Case Study

Lesson Learned แอป Grindr สังเวยค่าปรับ 239 ล้าน เหตุขายข้อมูลผู้ใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

Grindr แอพลิเคชั่นหาคู่ของชาวสีรุ้ง ถูกเจ้าหน้าที่การปกป้องข้อมูลแห่งประเทศนอร์เวย์ยื่นฟ้องร้อง ฐานขายข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้แอปให้กับบริษัทโฆษณาไปหลายร้อยแห่ง โดยที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้การยินยอม กรณีของ Grindr ถูก

อ่านต่อ »
ภาพอินโฟกราฟิกอธิบาย PDPA คืออะไร พร้อมข้อความ "รู้สิทธิก่อนข้อมูลส่วนตัวถูกละเมิด" และภาพสัญลักษณ์ความยุติธรรม
t-reg knowledge

PDPA คือกฎหมายอะไร PDPA คุ้มครองอะไรบ้าง? เข้าใจสิทธิของคุณก่อนถูกละเมิด

ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญ การปกป้องข้อมูลจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือเรื่องของกฎหมายและสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน กฎหมายที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้คือ PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.

อ่านต่อ »
สรุปกฎหมาย PDPA เบื้องต้น ฉบับปี 2026 พร้อมภาพค้อนตุลาการและบล็อกไม้เรียงเป็นคำว่า PDPA
t-reg knowledge

สรุป กฎหมาย PDPA เบื้องต้นที่ควรรู้ ฉบับปี 2026

ตอนนี้มีเหตุการณ์ที่หลอกใช้ข้อมูลส่วนตัวไปขายต่อ หรือนำไปใช้ในทางทีไม่ดีเยอะขึ้นทุกวันดังนั้นเราควรที่จะรู้กฎหมายไว้บ้างเพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนหลอกใช้ข้อมูลส่วนตัว กฎหมาย PDPA หรือ Personal Data Protection

อ่านต่อ »

ส่งต่อบทความดีๆ ได้ที่นี่