เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้จัดเสวนารวมตัวนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ออนไลน์ ได้แก่ Influencer, Content Creator, TikToker, YouTuber และสื่อมวลชน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ภายใต้แนวคิด “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ”
นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า กฎหมาย PDPA คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการควบคุมและป้องกันการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องระวัง ได้แก่ ภาพถ่าย กิจกรรม รูปภาพ การเก็บข้อมูล นามบัตร คุกกี้ ฯลฯ โดยการใช้ข้อมูลเหล่านี้จะต้องไม่สร้างความเสียหายแก่บุคคล หากใช้ผิดเงื่อนไขและไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล บุคคลทั่วไปสามารถขอลบหรือร้องสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย
เมื่อกฎหมาย PDPA มีผลบังคับอย่างเป็นทางการแล้ว Content Creator, YouTuber, และ Influencer ก็ต้องระมัดระวังเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลในคอนเทนต์ของตน หากเผยแพร่ข้อมูลอ่อนไหวพิเศษ เช่น ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลสุขภาพ อาจถูกลงโทษทางอาญาได้
นอกจากนี้ นายไพบูลย์ยังเสริมว่า กฎหมาย PDPA นั้นมีการบังคับใช้กับสื่อมวลชนต่างออกไปจาก Content Creator เล็กน้อย โดยกฎหมายนี้จะไม่ใช้กับสื่อมวลชน เนื่องจากสื่อมวลชนที่ขึ้นทะเบียนสื่ออย่างถูกต้องจะมีมาตรการจริยธรรมและมีการคัดกรองเนื้อหาอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว จริงอยู่สื่อมวลชนเองก็มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการนำเสนอข่าว เช่น การเผยแพร่ภาพบุคคลเพื่อทำข่าวบันเทิงหรือข่าวอาชญากรรม ซึ่งก็ถือว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย PDPA แต่เนื่องจากเป็นจุดประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ จึงได้รับการยกเว้นตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้ประมวลจริยธรรมของสื่อ แต่ Content Creator จะต้องปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ภาพเสียงของบุคคลที่ไม่รู้ตัว เพราะถึงแม้ว่า Content Creator จะมีการคัดกรองเนื้อหา แต่ก็ยังเป็นการควบคุมดูแลกันเองภายในเท่านั้น
แชร์ประสบการณ์จาก Content Creator ชื่อดัง
ในเสวนายังมีการแชร์ประสบการณ์จาก Content Creator ต่าง ๆ เช่น ณัฐนนท์ มุกดา และ สิทธิศักดิ์ ศรีสำราญ จากช่อง “อาสาพาไปหลง” ซึ่งพวกเขาเล่าว่าก่อนมีกฎหมาย PDPA พวกเขาสามารถใช้ภาพบุคคลในรายการท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ แต่หลังมีกฎหมายนี้ พวกเขาต้องขออนุญาตจากบุคคลที่ถูกถ่ายภาพ และปรับเปลี่ยนวิธีการถ่ายทำเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่นๆ
รัชนีกร ค่องสกุล จากช่อง “จูนพากิน” เล่าว่าก่อนมีกฎหมาย PDPA ร้านอาหารมักจะขอให้ถ่ายภาพคนเยอะ ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความนิยม แต่หลังจากมีกฎหมายนี้ เธอต้องเปลี่ยนมุมถ่ายจากหน้าร้านไปเป็นหลังร้าน และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่เห็นบุคคลอื่น ๆ ชัดเจน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์
ทีมงานช่อง “อาสาพาไปหลง” และ “จูนพากิน” ได้เน้นว่ากฎหมาย PDPA ทำให้พวกเขาต้องตระหนักถึงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น และปรับเปลี่ยนวิธีการถ่ายทำให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิ์ของบุคคลอื่น ๆ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
หากไม่อยากพลาดข่าวสาร ข้อมูล และความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย PDPA สามารถติดตามคลังความรู้ของเราเพิ่มเติมได้ที่ t-reg Academy
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thaipost.net/economy-news/607257/





