t-reg PDPA Platform

Black Canyon ถูกแฮก

Black Canyon ถูกแฮกไลน์: เหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ที่สั่นสะเทือนวงการร้านอาหารและเครื่องดื่ม

เนื้อหาในบทความ

เหตุการณ์แฮกข้อมูลบัญชี LINE Official ของ Black Canyon เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ได้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ลูกค้ากว่า 700,000 รายที่ได้รับข้อความจากแฮกเกอร์ โดยแฮกเกอร์ขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลขนาดกว่า 958 GB หากทางบริษัทไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องในวันที่ 5 พฤศจิกายน เหตุการณ์นี้สร้างความวิตกกังวลและส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัทเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือ PDPA อย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์แฮกข้อมูล Black Canyon

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และการตอบสนอง

  • Black Canyon: ร้านกาแฟและอาหารที่เป็นที่รู้จักในประเทศไทย โดยหลังจากที่เกิดการแฮกบัญชี LINE ทางบริษัทได้ออกแถลงการณ์ในเช้าวันที่ 2 พฤศจิกายน เพื่อชี้แจงว่าไม่มีข้อมูลทางการเงินของลูกค้าถูกเก็บไว้ และย้ำเตือนลูกค้าไม่ให้กดลิงก์ใด ๆ ที่อาจถูกส่งจากบัญชีที่ถูกแฮก นอกจากนี้ Black Canyon ได้ประสานงานกับทีมงาน LINE ประเทศไทยในการแก้ไขปัญหา
  • LINE ประเทศไทย: ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ Black Canyon และยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการเข้าถึงบัญชี LINE Official ของ Black Canyon โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่การเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ของ LINE

สรุปเนื้อหาเหตุการณ์แฮกข้อมูลและมาตรการตอบสนอง

LINE Official ของ Black Canyon ถูกแฮก
  • เนื้อหาข้อความข่มขู่: แฮกเกอร์ได้ส่งข้อความไปยังลูกค้าพร้อมลิงก์ที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการแฮก โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้บริษัทตอบสนอง มิฉะนั้นข้อมูลที่ถูกขโมยไปจะถูกเปิดเผย
  • แถลงการณ์ของ Black Canyon: ทางบริษัทรีบแจ้งเตือนลูกค้าไม่ให้คลิกลิงก์ที่แฮกเกอร์ส่งมา และระบุว่าข้อมูลที่ถูกเก็บไว้นั้นไม่มีข้อมูลทางการเงิน นอกจากนี้ Black Canyon ได้ระบุว่ากำลังดำเนินการแก้ไขร่วมกับ LINE ประเทศไทยอย่างเร่งด่วน

รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย PDPA และมาตรการจาก PDPC

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีผลบังคับใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภค และกำหนดข้อปฏิบัติสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เป็นผู้ดูแลการบังคับใช้กฎหมายนี้ และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในกรณีที่เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีข้อกำหนดสำคัญดังนี้:

  • การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายใน 72 ชั่วโมง: หากเกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรต้องแจ้งเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากทราบเหตุ หากการละเมิดนั้นส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้บริโภค บริษัทต้องแจ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบทันที
  • การเยียวยาผู้เสียหาย: หากพบว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคถูกละเมิดและส่งผลกระทบในวงกว้าง บริษัทต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม
  • มาตรการรักษาความปลอดภัย: PDPA ระบุให้องค์กรต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่เหมาะสม และต้องทำการตรวจสอบและอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกแฮกหรือถูกเจาะระบบ

สาเหตุของการละเมิดข้อมูลและบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรอื่น ๆ

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดบทเรียนที่สำคัญหลายประการสำหรับธุรกิจอื่น ๆ ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PDPA และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล โดยสาเหตุหลักของการละเมิดข้อมูลและบทเรียนที่ธุรกิจควรเรียนรู้ ได้แก่:

  • การไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO): หนึ่งในข้อกำหนดของ PDPA คือการแต่งตั้ง DPO เพื่อรับผิดชอบในการควบคุมการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล หากองค์กรไม่มี DPO อาจนำไปสู่การละเลยมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและขาดความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูล
  • ขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม: การไม่ปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้ทันสมัยตามความเสี่ยงใหม่ ๆ ทำให้องค์กรมีโอกาสสูงที่จะถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การสำรองข้อมูล และการตรวจสอบความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่องค์กรควรพิจารณา
  • การละเลยและล่าช้าในการแจ้งเหตุละเมิด: ตาม PDPA องค์กรต้องแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและป้องกันตัวเองจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การแจ้งเหตุทันทีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและแสดงความโปร่งใส
  • การไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมาย: กฎหมาย PDPA มีบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับองค์กรที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
  • ขาดการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ: หากเกิดการละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค PDPA กำหนดให้องค์กรต้องมีมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย เช่น การให้ข้อมูลคำแนะนำในการป้องกันตนเองหรือการช่วยเหลือทางด้านเทคนิคเพื่อป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีในอนาคต

ข้อควรรู้สำหรับองค์กรและประชาชน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA สำหรับองค์กรที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ควรดำเนินการตามข้อแนะนำดังนี้:

สำหรับองค์กร:

  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ DPO เพื่อดูแลและปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PDPA
  • อัปเดตระบบความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • วางแผนการเยียวยาผู้เสียหายและเตรียมมาตรการตอบสนองที่ชัดเจนในกรณีที่เกิดการละเมิดข้อมูล
  • รักษาความโปร่งใสในการแจ้งเตือนและให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล

สำหรับประชาชน:

  • ตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลที่ให้ไว้กับธุรกิจต่าง ๆ
  • ติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนจากองค์กรที่ตนมีข้อมูลส่วนบุคคลผูกพันไว้
  • หากได้รับข้อความที่มีเนื้อหาสงสัยหรือมีลิงก์แนบมา ควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์นั้น และติดต่อองค์กรเพื่อยืนยันความปลอดภัย

สรุป เหตุการณ์ Black Canyon Coffee ถูกแฮก LINE

เหตุการณ์การแฮกข้อมูลบัญชี LINE ของ Black Canyon เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยข้อมูลในยุคดิจิทัล กฎหมาย PDPA ได้เข้ามาเป็นมาตรการที่ช่วยให้ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างจริงจัง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่งผลกระทบทั้งทางการเงินและชื่อเสียงขององค์กร ธุรกิจจึงควรเตรียมมาตรการป้องกันที่เข้มงวด ทั้งในแง่ของระบบความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย

โซลูชั่นเพื่อการปฏิบัติตาม PDPA: บริการ t-reg PDPA Platform และ DPO Outsource

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาวิธีปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการถูกปรับ เรามีโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ของคุณ:

  • t-reg PDPA Platform: แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณปฏิบัติตาม PDPA ได้ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ครบวงจร เช่น การจัดการข้อมูลลูกค้า การควบคุมการเข้าถึง เพียงใช้แพลตฟอร์มนี้ ธุรกิจของคุณจะได้รับการดูแลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลแบบครบวงจร ลดความเสี่ยงจากการละเมิดกฎหมาย และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ทันที

  • บริการ DPO Outsource: หากองค์กรของคุณยังไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) เราขอเสนอบริการ DPO Outsource ที่จะจัดสรรผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA มาให้บริการในฐานะ DPO ให้กับธุรกิจของคุณโดยตรง ทีมงาน DPO ของเรามีประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อกำหนดของ PDPA และจะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินการด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมืออาชีพ ช่วยลดภาระในการจ้าง DPO ประจำองค์กรและให้ความยืดหยุ่นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ซับซ้อนนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจบริการหรือสอบถามเพิ่มเติม

โทร 089-698-2591

รับชมบริการอื่นของเราได้ที่ t-reg.co

FREE EVENT
ร่วมรับฟังแนวทางการรับมือเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับองค์กรของท่านในการรับมือกับเหตุละเมิดที่อาจเกิดขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาด้านกระบวนการ PDPA สำเร็จแล้วกว่า 60 องค์กร และได้รับ Certificate จากสถาบันดิจิทัล (DCT) และมาตรฐานสากล ICDL หลักสูตร Personal Data Protection
RELATED POST
pdpa-dpia
t-reg news

ทำความรู้จัก DPIA (Data Protection Impact Assessment) สำคัญต่อองค์กรอย่างไร? ควรริเริ่มและดำเนินการอย่างไรให้สำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน จำนวนของข้อมูลในองค์กร ยิ่งมากยิ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อการโฆษณา ดีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ขณะเดียวกันยิ่งมีข้อมูลมาก ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล เสี่ยงต่อการจารกรรมข้อมูล ดังนั้นการหยิบยืมข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

อ่านต่อ »
ภาพสรุปกฎหมาย PDPA พร้อมข้อมูลโทษและค่าปรับกรณีละเมิด พื้นหลังเป็นโต๊ะประชุมและหนังสือกฎหมาย
t-reg knowledge

สรุปกฏหมาย PDPA โทษและค่าปรับมีอะไรบ้าง หากมีการทำผิด

PDPA หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คือกฎหมายที่ออกมาเพื่อควบคุมการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

อ่านต่อ »
PDPA ย่อมาจากอะไร และต้องทำอะไรบ้าง พร้อมภาพเครื่องชั่งและนิ้วกดสัญลักษณ์แม่กุญแจบนพื้นหลังดิจิทัล
t-reg knowledge

PDPA ย่อมาจากอะไร ต้องทำอะไรบ้าง

สำหรับมือใหม่ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าการเข้าถึงบนเว็บไซต์และมีข้อความขอเข้าถึง หรือกดยอมรับคุกกี้ตั้งแต่เราเข้าสู่เว็บไซต์เป็นการขอเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน ข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะอีเมลล์ เบอร์โทร ชื่อ หรือ

อ่านต่อ »

ส่งต่อบทความดีๆ ได้ที่นี่