เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นกฎหมายให้ภาครัฐหรือเอกชนทำตามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนดไว้ด้วย

แต่สาเหตุที่เราควรทำคืออะไร ลองมาดู 5 ข้อดีของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ก่อนว่าถ้าทำจะเกิดอะไรดี ๆ ขึ้นบ้าง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ Personal Data Protection Act ถูกระบุในกฎหมายระบุไว้ว่า ห้ามให้หน่วยงานที่มีข้อมูลส่วนบุคคลทั้งเอกชนและภาครัฐ เอาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในกิจกรรมอื่น หากเจ้าของข้อมูลไม่ยินยอม 

ถ้าต้องการศึกษาเพิ่มเติมอีกสักหน่อยก็สามารถตามไปได้ที่

ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล

  • ชื่อ
  • ที่อยู่
  • เบอร์โทรศัพท์
  • รูปถ่าย
  • หรือสิ่งอื่นที่สามารถบ่งบอกถึงบุคลคลนั้นๆ ได้

ทั้งนี้ ตัวกฎหมายยังครอบคลุมไปถึงข้อมูลที่เป็น Sensitive Personal Data หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว

ข้อมูลที่จะต้องดูแลให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น

  • เชื้อชาติ
  • ประวัติอาชญากรรม
  • ความเชื่อ
  • ศาสนา
  • และอีกหลายอย่าง

จุดสำคัญคือ กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นี้แล้ว

นั่นแปลได้ว่าถ้าคุณมีข้อมูลที่ว่านี้ องค์กรของคุณต้องทำ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แล้วพราะไม่ใช่แค่ข้อมูลของลูกค้าที่ต้องทำ แต่ข้อมูลของพนักงานในองค์กรก็ต้องทำด้วย

PDPA มีแล้วดียังไง?

มาดูในส่วนสำคัญอย่างข้อดีกันบ้าง ดูว่ากฎหมายฉบับนี้ดีอย่างไรกับประชาชนไทยทุกคน และองค์กรทั้งส่วนของภาคเอกชน และภาครัฐ

1. PDPA ลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ : นอกจากกฎหมายฉบับนี้จะช่วยสร้างความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ยังเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือในการยินยอมของประชาชน หรือลูกค้า ในมุมของการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับองค์กร หากคุณจะนำข้อมูลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ทำการตกลงไว้ตั้งแต่แรก หมดปัญหาความกังวล เพิ่มความง่ายในการให้ข้อมูลของประชาชนและลูกค้า

ลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้
PDPA ลดความเสี่ยงจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้

2. คนธรรมดามีสิทธิรับทราบวัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจให้ข้อมูล

มีสิทธิรับทราบวัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจให้ข้อมูล
มีสิทธิรับทราบวัตถุประสงค์ของการให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจให้ข้อมูล

3. คนธรรมดาสามารถขอเข้าถึงและรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองจากทางผู้เก็บข้อมูลได้ทุกเมื่อ

สามารถขอเข้าถึงและรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองจากทางผู้เก็บข้อมูลได้ทุกเมื่อ
สามารถขอเข้าถึงและรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองจากทางผู้เก็บข้อมูลได้ทุกเมื่อ

4. คนธรรมดามีสิทธิยกเลิกความยินยอมในการเก็บ ใช้งาน และเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองได้ทุกเมื่อ โดยผู้เก็บข้อมูล (Data Controller) จะต้องยอมรับ และระงับการใช้งานข้อมูลที่ว่าตามการความต้องการของเจ้าของข้อมูล

สามารถยกเลิกความยินยอมข้อมูลตนเองได้ทุกเมื่อ
สามารถยกเลิกความยินยอมข้อมูลตนเองได้ทุกเมื่อ

5. PDPA มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ และการทำธุรกิจระหว่างประเทศอย่างเป็นนัยยะสำคัญ เพราะกฎหมายฉบับนี้เกี่ยวข้องกับ “ความน่าเชื่อถือ” ในมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ถ้าหากไม่มี นั่นทำให้คุณพลาดโอกาส และความเชื่อมั่นจากหลายประเทศ รวมไปถึงประชาคมโลกที่กังวลในเรื่องของ Data Protection

ทำให้องค์กรภาครัฐ และเอกชนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ทำให้องค์กรภาครัฐ และเอกชนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

สรุปแล้วนั้น

ทั้งหมดนี้คือข้อดีของการมี พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถ้า พ.ร.บ. นี้เกิดขึ้นจริงมันจะมีผลกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญก็คือประชาชนทั่วไปอย่างเรา

สำหรับประชาชนอย่างเรา พ.ร.บ. นี้ทำให้ข้อมูลของเราปลอดภัยมากขึ้น ทุกคนจะใส่ใจข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น

สำหรับองค์กรแล้ว พ.ร.บ. นี้ทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะสำหรับประชาชนแบบเรา เราย่อมอยากฝากข้อมูลสำคัญของเรา กับคนที่ยืนยันว่าทำ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แน่นอน